บายศรีปากชาม

        บายศรีปากชามค่อนข้างจะเป็นบายศรีที่มีความสำคัญมากเลยล่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วบายศรีประเภทอื่น ๆ ก็มักจะมีแม่แบบมาจากตัวบายศรีปากชามเลย หรือจะให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือ ตัวบายศรีปากชามนั้นเป็นแม่แบบให้แก่บายศรีอื่น ๆ นั่นเอง โดยตัวบายศรีปากชามมักจะถูกล้อมรอบไปด้วยใบตองจับจีบเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตกแต่งอยู่รอบ ๆ มีกรวยใบตองม้วนตั้งอยู่บนกลางองค์บายศรี บนยอดกรวยเองก็มีไข่ต้มและดอกไม้ประดับประดาอยู่เต็ม ภายในกรวยม้วนเองนั้นก็มีการบรรจุข้าวตอกและดอกไม้อยู้ภายใน และวมีการตั้งตัวบายศรีไว้บานปากชามงาม ๆ จึงเป็นที่มีของชื่อว่าบายศรีปากชาม แต่ถ้าไม่สามารถที่จะหาชามรูปงามมาเพื่อใส่ตัวบายศรีได้เลย ก็ให้ใช้ต้นกล้วยตัดท่อนมาแล้ววางตัวบายศรีนั้นลงบนท่อนกล้อยที่ไปตัดมาก็ได้ เมื่อเสร็จสิ้นการใช้งานแล้วก็ควรที่จะนำไปทิ้งเสีย แต่ในปัจจุบันบายศรีปากชามก็ได้ถูกประยุกต์นำใปวางบนพานทองกันเสียมากกว่าแล้ว

พานบายศรีปากชามนั้นมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว เพราะสามารถใช้ประโยชน์ในพิธีกรรมต่าง ๆ ได้หลายพิธีเลย เช่น ใช้ในพิธีการไหว้ครู ใช้ในพิธีที่ต้องการบรวงสรวง หรือมีการบูชาเซ่นไหว้เทวดาองค์รักษ์ พิธีการฉลองต่าง ๆ หรือที่มักเอาไว้ทำการบายศรีสู่ขวัญก่อนจะมีการแสดงครั้งใหญ่นั่นเอง โดยที่ก่อนจะมีการแสดงครั้งใหญ่และมีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญกันนั้นก็ต้องมีการเตรียมบายศรีปากชาม เครื่องเซ่นไหว้ให้เพรียบพร้อม แล้วจึงอัญเชิญครูทั้งหลายมาร่วมกันอวยพรนำชัยให้มีแต่ความโชคดีมาเข้าข้างแก่เรา โดยมีทั้งพระปฐมครู บิดามารดา คู่สวดอุปัชฌาย์ ครูอาจารย์ที่ได้มอบวิชาความรู้แก่เรา ท้าวมหาพรหม บรมมหา เทวราช แล้วก็ยังมีอีกมากมาย ดอกไม้ที่หากจะนำมาตกแต่งตัวบายศรีต้องเป็นดอกไม้ที่สีสันสดใส สวยงามและชื่อว่าต้องเป็นดอกไม้มงคล เช่น ดอกบัว ดอกดาวเรือง เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้พานบายศรีปากชาม 7  ชั้นหรือ 9 ชั้น โดยมีการจัดวางเป็นคู่ ๆ ทั้งหมด 3 คู่ มีเครื่องเซ่นไหว้อยู่ 3 สำรับ ส่วนการจะลดลงของสำรับหรือไม่ก็ต้องขึ้นกับว่าโรงพิธีมีขนาดเท่าไหร่ เพียงพอต่อการจัดพิธ๊ได้อย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตามการทำพิธีในส่วนของพิธีบายศรีสู่ขวัญและตัวบายศรีเองก็ไม่ได้มีลักษณะที่ตายตัวมากนัก มักขึ้นอยู่กับประเพณีที่ถูกสืบทอดกันมาในแถบนั้น ๆ ด้วย ต่างพื้นที่ก็อาจมีการทำพิธีที่แตกต่างกันแล้ว ส่งผลให้ทั้งตัวบายศรีและงานพิธีมีความแตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง

พิธีบายศรีสู่ขวัญนาค

งานมงคลอย่างการบวชนคเองก็มีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญเช่นกัน บายศรีที่จะนำมาใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญนาคในงานบวชจะเป็นบายศรีต้น บายศรีชั้นหรือบายศรีตั้ง โดยบายศรีชนิดที่กล่าวมานี้จะมีลักษณะที่จะเอาต้นกล้วยหรือไม้ที่เป็นไม้เนื้อแข็งมาเป็นแกนกลางของตัวบายศรีแล้วมีการนำแกนเหล่านั้นมาตั้งบนพาน อาจจะมีได้หลายชั้นซึ่งจะขึ้นอยู่กับตัวผู้รับขวัญเองด้วย อาจจะเป็น 9 ชั้น ,7 ชั้น  ,5ชั้น หรือ 3 ชั้นก็ได้

สิ่งที่ต้องใช้ในพิธีทำขวัญนาค

  1. บายศรี
  2. ไม้ไผ่สำหรับขนาบบายศรี
  3. ใบตองสำหรับใช้หุ้มบายศรี
  4. ผ้าสีหรือผ้าแพรเพื่อเอาไว้สำหรับในการหุ้มบายศรี 1 ผืน
  5. เทียนเวียน 9 เล่ม
  6. ใบพลู 7 ใบ
  7. ขันน้ำมนต์
  8. ขันใส่ข้าวสาร
  9. เครื่องกระยาบวชที่ใส่ถ้วยที่มีบายศรีปากชาม
  10. มะพร้าวอ่อน แป้งหอม น้ำหอมสำหรับไว้เจิมนาค
  11. พานกำนล ที่ต้องประกอบไปด้วย หมาก 5 คำ พานดอกไม้ ยาสูบ เหล้าขาวและเงิน 12 บาท
  12. ธูป 3 ดอก

        โดยเครื่องกระยาบวชก็คือ ต้มขาว ต้มปากหม้อ ขนมต้มแดงและไข่ต้ม โดยเมื่อจะเริ่มพิธีนั้นผู้ที่เป็นผู้ประกอบพิธีในการทำบายศรีสู่ขวัญนาคจะต้องนุ่งขาว ห่มขาว มีจิตใจที่สงบนิ่ง ไม่วอกแวก ระหว่างทำพิธีไปผู้ประกอบพิธีก็จะมีบทสำหรับพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้ โดยหากจบแต่ละบทสวดก็จะมีฆ้องรับและรับโห่รับ 3 ลา  เสร็จสิ้นจนถึงพิธีสำคัญในพิธีบายศรีสู่ขวัญนาค คือ พิธีการเวียนเทียนเปิดบายศรี โดยพิธีเวียนเทียนเปิดบายศรีนี้นั้นบิดาและมารดาของนาคจะต้องมานั่งทีทางด้านซ้ายมือของพ่อขวัญ แล้วก็จะมีการจุดเทียนเวียน เมื่อเสร็จสิ้นครบ 3 รอบแล้ว ก็จะมีการแกะผ้าที่หุ้มบายศร๊เอาไว้มาหุ้มใบตองแล้วก็ให้นาคนั้นถือเอาไว้ จากนั้นก็จะมีการนำมะพร้าวอ่อนมาเวียนไปรอบบายศรี จากนั้นก็ใส่เครื่องกระยาบวชลงไปและก็ทำการตักน้ำมะพร้าวนั้นให้นาคดื่มไป 3 ครั้ง และถ้าเวียนเทียนไปครบ 3 รอบแล้วก็ให้พรมน้ำมนต์ เมื่อพรมน้ำมนต์แล้วให้ทำการรวมเรียนทั้งสามแว่นแล้วเป่าให้ควันไปทางหน้าของนาค 3 ครั้ง โดยที่นาคเองนั้นต้องอ้าปากค้างไว้เพื่อรับควันเทียนที่เป่าไปด้วย จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการเป่าควันแว่นเทียนใส่หน้านาคแล้วก็เอาเทียนชัยมาเพื่อเจิมหน้าของนาค จะมีการท่องคาถา ให้เรียกบิดามารดามารับศีลจากนาคด้วย แล้วจึงให้นาคนั้นกราบ 3 ครั้ง แล้วจึงรับบายศรีคืนมา

 

ขั้นตอนในการประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญ

การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญนั้นมีอยู่หลายขั้นตอน ผู้ที่จะทำพิธีก็ควรที่จะกระทำพิธีตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้มีความถูกต้องเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของพิธีกรรมมากที่สุด ทั้งการเชิญพ่อพราหมณ์ก็ต้องใส่ใจในการเลือกเวลามงคล หรือแม้แต่ต้องรู้ว่าเวลาไหนเจ้าของขวัญควรที่จะไปเชิญพ่อหมอด้วยตัวเอง เวลาไหนที่เจ้าของขวัญควรจะทำอย่างไร ควรที่จะทำการอธิฐานตอนไหน อย่างไร ซึ่งในบทความนี้นั้นก็ได้เขียนถึงรายละเอียดในการเข้าร่วมพิธีไว้พอเป็นการสมควรเลย สำหรับขั้นตอนในการทำพิธีกรรมก็มีดังนี้

  1. เจ้าของพิธีจะต้องไปติดต่อกับพ่อพราหมณ์เพื่อจะได้วันเวลาที่เป็นมงคล เมื่อถึงวันที่จะทำพิธีก็ต้องมีการเตรียมการพานบายศรี ด้ายผูกข้อมือ เครื่องเซ่น เมื่อถึงเวลาเจ้าของขวัญต้องไปเชิญพ่อพราหมณ์มาเพื่อประกอบพิธี
  2. เมื่อถึงพิธีพ่อพราหมณ์ก็จะจัดทิศทางให้เจ้าของขวัญ โดยพ่อแม่ของเจ้าของขวัญจะนั่งอยู่ทางทอศเหนือและผู้เข้าร่วมพิธีก็จะนั่งอยู่รอบรอบ ส่วนของเซ่นไหว้และบายศรีนั้นจะตั้งอยู่ทางตรงกลาง
  3. เจ้าของขวัญจะต้องมีการบูชาครู โดยต้องมีการผูกด้ายพร้อมเงินตามประสงค์ของเข้าของขวัญไว้ที่ข้อมือ เพื่อเป็นการบูชาพราหมณ์
  4. เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว พ่อพราหมณ์จะนำฝ้ายในพานบายศรีมาโอบคนที่เข้าร่วมพิธีทั้งหมดในพิธีนั้น เจ้าของขวัญจะต้องมีการพนมมือแล้วใช้มือขวาแตะพานบายศรีพร้อมกับอธิษฐาน โดยมีผู้ร่วมงานคอยอธิษฐายพร้อมกับจับด้ายไปกับเจ้าของขวัญด้วย
  5. เมื่อเสร็จแล้วพ่อพราหมณ์ก็จะจุดธูปเทียนแล้วปักลงพานบายศรี ยกขัน 5 ขึ้น ท่องบท นโม 3 จบ จากนั้นก็กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยต่อ
  6. เมื่อเสร็จสิ้นในขั้นตอนของข้อที่ 5 แล้ว ต่อไปพ่อพราหมณ์ก็จะทำพิธีต่อเรียกว่าพิธีป่าวเทวดา เพื่อเป็นการอัญเชิญเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีกรรมนี้
  7. เมื่อพ่อพราหมณ์ทำการป่าวเทวดาเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พ่อพราหมณ์ก็จะทำพิธีสูตรขวัญต่อ โดยการสูตรขวัญในแต่ละพิธีก็จะไม่ได้มีความเหมือนกัน โดยพ่อพราหมณ์ก็จะเลือกการสวดพราหมณ์ที่เหมาะกัยพิธีที่ได้เข้าร่วมนั้น ๆ

การศึกษาขั้นตอนในการทำพิธีกรรมก่อนการทำพิธีกรรมย่อมเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเจ้าภาพ และเจ้าของขวัญเอง ก่อนจะถึงวันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้ ก็อย่าลืมไปทำการบอกบุญญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักรวมทั้งคนที่เคารพมาร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญกันด้วยล่ะ จะได้ทำพิธีกรรมกันอย่างอบอุ่น ได้บุญ ได้ขวัญ กันอย่างถ้วนหน้าทีเดียวเชียวล่ะ